“มหาอำนาจ” สาดสงครามน้ำลายโควิดบนเวทียูเอ็น

สหรัฐ รัสเซีย และจีน ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดระหว่างการประชุมวาระพิเศษของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการร์โรคระบาดโควิด-19 โดยเอกอัครราชทูตจีนตำหนิรัฐบาลวอชิงตัน “ทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นมหาอำนาจ”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่าเอกอัครราชทูตของ 15 ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ประชุมผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันพฤหัสบดี ในหัวข้อ “โลกาภิบาลหลังโควิด-19”  
  
ทั้งนี้ นายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเป็นคนแรก เน้นบทบาทของยูเอ็นในการเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือแบบพหุภาคี และตำหนิบางประเทศซึ่งยังสงวนการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ “อย่างเท่าเทียมกัน” และเรียกร้องการยุติ “สงครามเย็นทางความคิด”
 
ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่าวิกฤติโรคระบาด “เป็นความโชคร้าย” แต่ที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือการที่วิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้กลับยิ่งสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บางประเทศยังคงอาศัยสถานการณ์ดังกล่าว เดินหน้าแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง ต่อให้ตอนนี้มีช่องทางไม่มากนัก เพราะโรคระบาดกลายเป็นอุปสรรค แต่ประเทศนั้นไม่หยุดความพยายามเปลี่ยนโครงสร้างของภูมิศาสตร์การเมืองโลก
 
ด้านนางเคลลีย์ คราฟต์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความชัดเจนด้านนโยบายระหว่างประเทศ นั่นคือ “การทำสิ่งที่ถูกต้อง แม้ไม่ถูกใจ” ขณะเดียวกัน คราฟต์กล่าวถึงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีน “ต้องรับผิดชอบ” ในฐานะเป็นผู้ที่แพร่เชื้อโรค การกระทำของรัฐบาลปักกิ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึง “ความไม่โปร่งใส” ซึ่งขัดต่อพื้นฐานของการแก้ไขวิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้
 
หลังจากนั้นนายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น กล่าวว่าตอนนี้สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสม 7 ล้านคน และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 200,000 คน ในขณะที่ยืนยันว่าเป็นประเทศซึ่งเจริญที่สุดในโลก เพราะเหตุใดจึงเกิดความสูญเสียมากมายขนาดนี้ ดังนั้นหากต้องมีผู้รับผิดชอบ ควรเป็นบรรดานักการเมืองในสหรัฐมากกว่า ซึ่งเป็นมหาอำนาจแต่กลับทำตัว “ไม่เหมาะสมกับฐานะ”
 
อย่างไรก็ดี นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น พยายามคลี่คลายสถานการณ์ ด้วยการกล่าวว่าวิกฤติโรคระบาดครั้งที่นี้ยังไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้ ความร่วมมือระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

Related posts